Category Archives: self improvement

มุ่งมั่น เป็นแรงผลักดันที่สำคัญที่สุด

เดี๋ยวนี้ ทุกๆเช้า ผมวิ่งไปพร้อมๆกับการฟังหนังสือเสียงของคุณบัณฑิต ที่เกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง ในด้านการ focus และการตั้งเป้าหมาย แทนการฟังเพลง สิ่งหนึ่งที่ฟังซ้ำๆกรอกหูคือ เรื่องของความมุ่งมั่น ที่สำคัญกว่าอัจฉริยะ หรือแม้แต่ขยัน เพราะถ้ามุ่งมั่นไม่พอ ก็ยากที่จะทำให้ตัวเองไปถึงจุดที่ต้องการ เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึง เฮียหม่า เจ้าของ Alibaba เลย คือผมไม่รู้หรอกว่า ความมุ่งมั่นลึกๆจริงๆของแกคืออะไร แต่พอไปลองหาลองอ่านประวัติชีวิตของแก ก็พอจะเชื่อได้ว่า แกมีความมุ่งมั่นระดับแปดสิบตีนถีบ คือ ชีวิตของเฮียแก ก็คล้ายๆกับหน้าตาแกนะแหละ ไม่มีแววจะเป็นเศรษฐีกับเขาได้เลย แถมเกิดในครอบครัวยากจนจากหางโจว สมองก็ไม่ได้เป็นมิตรกับความฉลาดเท่าไรนัก เอนทรานส์ไม่ติด ต้องไปเรียนวิทยาลัยครู เอกภาษาอังกฤษ จบออกมาเป็นครูระดับท้องถิ่น เงินเดือนราวๆ 500 บาท (100 หยวนได้)

แต่แกมีอย่างหนึ่งที่เก่งแบบสุดติ่งกระดิ่งแมว คือ แกเก่งภาษาอังกฤษมาก พูดได้น้ำไหลไฟดับ ซึ่งไม่ได้มาจากห้องเรียนเลย หรือเก่งมาตั้งแต่เกิด แต่มาจากความหลงใหลหนังฝรั่งในวัยเด็ก อยากดูหนังรู้เรื่อง ก็เลยปั่นจักรยานระยะทาง 40 นาทีจากบ้าน ไปยังโรงแรมหรูที่มีต่างชาติพักอยู่ อาสาเป็นไกด์พาเที่ยวไม่คิดตังค์ แค่อยากฟัง อยากฝึก ทำอย่างนั้นทุกวันเป็นปี จนพูดภาษาอังกฤษได้เท่าเจ้าของภาษา

จนวันหนึ่งเมื่อ 15 ปีที่แล้ว แกเก็บตังค์ไปเที่ยวเมืองลุงแซม แบบอนาถา (ไปไงหว่า) ขออาศัยนอนบ้านเพื่อนฝรั่ง ขัดรองเท้า ซักผ้า ล้างส้วม ตอบแทนค่าที่พัก และนั่นเป็นครั้งแรกที่แกรู้จัก internet

โอกาส ก็เหมือนฟ้าแล่บในคืนเดือนมืด แค่แว่บเดียว เสี้ยววินาที แต่แค่นั้นก็เพียงพอ สำหรับสายตาของคนอย่าง เฮียหม่า ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตแกจากวันนั้น วันที่แกเริ่มรู้จัก internet จนวันนี้ รายได้แก ก็มาจาก internet นั่นเอง

คนเราล้มเหลวในชีวิต เพราะ 4 สาเหตุ
1. สายตาสั้นมองเท่าไรก็ไม่เห็นโอกาส
2. พอเห็นโอกาส ก็ดันไปดูถูกมันอีกว่า “กระจอก” ไป
3. ถึงแม้เห็นโอกาส แต่มึนไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร
4. มึนนานเกิน จนโอกาสมันผ่านไป จะทำอะไรก็ไม่ทัน (ภาษาชาวบ้านเรียกอดแดก)

ในโลกนี้ อาจจะมีสิ่งที่สูงสุดปลายมือเอื้อม แต่ไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้ ระดับความมักใหญ่ไฝ่สูงในสันดาน เป็นไม้บรรทัดวัดอนาคตของคนคนนั้น

คนที่มันประสบความสำเร็จแล้ว แค่กระแอมเบาๆก็ยังคม

แค่กๆๆ อะแฮ่มๆ

Alibaba founder Jack Ma gives a thumbs up as he arrives to speak to investors at an initial public offering roadshow in Singapore

40 อย่างที่เหมือนกันของ “คนรวย”

เห็นคนแชร์เมื่อเช้า เห็นว่าเป็นสิ่งดีๆ ที่ไม่ต้องคิดว่า ทำแล้วจะรวยหรือไม่รวย แต่มันจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้นแน่นอน

1. อย่าอายที่จะพูดเรื่องเงิน
2. เลือกวิธีที่สนุกในการหารายได้
3. มีเงินเข้ากระเป๋าไม่ต่ำกว่าสองทางขึ้นไป
4. ไม่มีข้ออ้างสำหรับการเรียนรู้
5. ไม่เคยพูดคำว่า มีเงินแต่ไม่มีความสุข จะมีไปทำไม
6. ลงทุนในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต
7. เป้าหมายเรื่องรายได้ ชัดเจน
8. คิดเรื่องการเติบโตตลอดเวลา
9. ให้รางวัลตัวเองทุกครั้งที่ทำสำเร็จ
10. ไม่ได้ใช้เวลาทั้งหมดเพื่อการทำงาน
11. ไม่ได้เป็นคนที่เก่งหมดทุกอย่าง
12. ใช้คนเป็น เลือกคนเก่งมาเคียงข้างโดยไม่สนเรื่องค่าใช้จ่าย
13. กล้าทุ่มเทเงินให้กับสิ่งที่คุ้มค่า
14. หาแนวคิดและเหตุผลที่สนับสนุนความเชื่อตัวเอง
15. รักครอบครัว
16. ทุ่มเทความสะดวกสบายให้พ่อแม่
17. พ่อแม่อยากได้อะไรที่ไม่ผิดหาให้หมด
18. เอาแต่ใจ ดื้อเงียบ
19. ฟังมากกว่าพูด
20. ชื่นชมคนที่รวยกว่าด้วยลำแข้งตัวเอง
21. อ่อนน้อมถ่อมตน
22. คิดใหญ่กว่าคนธรรมดา
23. วิ่งเข้าหาความเป็นไปไม่ได้
24. ค้นหาโอกาส แสดงตัวทุกครั้งที่โอกาสมาถึง
25. ไม่เคยรอคำว่าพร้อม
26. เลือกคบหาคนที่มองโลกในแง่ดี
27. เข้าใจความเสี่ยง
28. กล้าพูดถึงความดีของตัวเอง
29. ทำบุญแบบถึงไหนถึงกัน
30. ลงเงิน ลงแรงช่วยเหลือคนอื่น
31. ชอบให้ความรู้เด็กรุ่นใหม่
32. ไม่ขี้บ่น ไม่เคยโทษคนอื่น
33. เจอปัญหา เขากลับบอกว่านี่ไม่ใช่ปัญหา นี่คือโจทย์
34. พัฒนาตัวเองตลอดเวลา
35. เป็นนักอ่านชั้นยอด
36. เห็นคุณค่าของเวลา
37. มองเห็นอนาคตทางการงานของตัวเอง
38. บอกได้ว่าตัวเองต้องการอะไร
39. แบ่งเวลาทำงานหนัก และให้รางวัลตัวเองอย่างหนัก
40. ชอบพูดคำว่า “พี่ยังมีอะไรต้องเรียนรู้อีกเยอะ” เป็นประจำ

21 ขั้นตอนสำหรับความสำเร็จในยุคศตวรรษที่ 21

บทความนี้ แปลและเรียบเรียงโดย บอย วิสูตร Boy’s Thought จากงานเขียนของ Denis Waitley

1.ให้คิดว่าเราคือนายจ้างของตัวเอง เราคือเจ้าของบริษัทที่มีลูกจ้างคนเดียวคือ “เรา”

2.ยืดหยุ่นที่จะเผชิญหน้ากับสถานการณ์ เปลี่ยนแปลงสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ ยอมรับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้

3.ดูแลสุขภาพก่อนที่จะป่วย เพราะเราซื้อสุขภาพกลับคืนมาไม่ได้

4.ลงทุนเรื่องความรู้ อย่าหยุดเรียนรู้ เรียนรู้ตลอดชีวิต ความรู้คือพลัง การศึกษาที่ได้จากในโรงเรียนมีอายุสั้นมากๆ

5.เพิ่มความสามารถในการอ่าน เขียน คำศัพท์ รู้คำศัพท์มากยิ่งสื่อสารเก่ง ที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยอ่านหนังสือความรู้ก็เพราะเขามุ่งหน้ากลับบ้าน ไม่ใช่มุ่งไปข้างหน้า

6.ศึกษาความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์เพิ่มเติม

7.เป็นพลเมืองโลกใหม่ ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์

8.มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง

9.รับผิดชอบความปลอดภัยด้านการเงินด้วยตัวเอง อย่าพึ่งประกันสังคม ความมั่งคั่งไม่ได้อยู่ที่การหามา แต่อยู่ที่การใช้จ่าย

10.ใช้เวลาตอนที่คนอื่นดูทีวี ศึกษาหาความรู้อยู่กับตัวเอง ทำเพื่อคนอื่นมาทั้งวัน เวลาเย็นค่ำต้องทำเพื่อตนเอง ปิดทีวี พูดคุยคนรัก อ่านหนังสือ

11.รู้จักพักผ่อนเป็นช่วงๆ อย่ารอไปเกษียณตอนแก่ แต่ต้องมีมินิพักร้อน

12.หาต้นแบบคนสำเร็จทั้งจากคนจริงและหนังสือ

13.จัดให้มีมุมเรียนรู้ทั้งในบ้านและที่ทำงาน มีหนังสือดีๆ อ่าน

14.เป็นคนที่มีอุดมการณ์ในทุกสถานการณ์ ไม่เปลี่ยนไปมา

15.อยู่กับตัวเองได้ มีความสุขได้ด้วยการอยู่คนเดียว อย่าเอาแต่พึ่งคนอื่น

16.หาจุดพอดีระหว่าง Hi-tech กับ Hi Touch ไม่ใช้พึ่งแต่เครื่องมือไฮเทค คนกับคนยังต้องการสัมผัสกัน

17.สื่อสารกับผู้คนให้รู้เรื่อง

18.สร้างธุรกิจบนความน่าเชื่อถือ จะยั่งยืน

19.หาสมดุลระหว่างชีวิตการงานและชีวิตส่วนตัว

20.สร้าง Mission Statement ทั้งชีวิตการงานและส่วนตัว

21.วิ่งล่าความฝัน ไม่ใช่อยู่รอวันเกษียณ

บทสัมภาษณ์สร้างแรงบันดาลใจจากศาสตราจารย์คอมพิวเตอร์ชาวจีนจากมหาวิทยาลัย Georgia Tech

บทสัมภาษณ์ดร. Yi Pan หัวหน้าภาควิชาคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐจอร์เจีย เค้าเป็นชาวจีนที่มาเรียนต่อที่ University of Pittsburgh และตัดสินใจเลือกอาชีพเป็นอาจารย์สอนต่อในสหรัฐ และได้งานที่ University of Dayton ที่ไม่ใช่มหาลัยที่เน้นด้านงานวิจัย แต่เค้าได้ขวนขวายทำวิจัยด้วยเวลาส่วนตัวเป็นเวลา 9 ปี และสร้างชื่อจนในที่สุดก็สามารถย้ายมาสอนที่ Georgia State ซึ่งเพิ่งเปิดภาควิชาคอมพิวเตอร์และเพิ่มหลักสูตรป.เอก
ภายหลังเค้าได้เลื่อนขั้นจากรองศจ.เป็นศจ.และเป็นหัวหน้าภาควิชาในที่สุด เค้าพยายามสร้างภาควิชาให้แข็งโดยมุ่งเน้นสาขาวิชาใหม่อย่าง Bioinformatics ที่ทำให้ภาควิชาใหม่แห่งนี้เป็นที่รู้จักในวงการ
ช่วงบทสัมภาษณ์ที่น่าสนใจ คือ ช่วงประวัติชีวิตของศจ.เอง ที่ขวนขวายจากการเป็นนักศึกษาต่างชาติที่มาเรียนในสหรัฐ ไม่มีเงินแม้จะสมัครมหาลัยเอกชนดังๆ และการเป็นคนต่างชาติที่ติดปัญหาเรื่องภาษา และไม่ได้งานสอนในมหาลัยที่เน้นการวิจัย แต่เค้าก็ขวนขวายพยายามใช้เวลาในการสร้างชื่อเสียง กว่าจะได้ย้ายมาเป็นอาจารย์ที่ปัจจุบัน ในขณะที่คนที่สอนในมหาลัยที่ไม่เน้นงานวิจัย มักจะไม่มีเวลา เงินทุนสนับสนุน ทำให้ยากที่จะสร้างชื่อและย้ายไปมหาลัยดังๆได้
คำให้สัมภาษณ์ของเขานับว่าเป็นแรงบันดาลใจที่ดี ให้กับคนอื่นๆที่เจออุปสรรคในการก้าวเดินในชีวิต อาจารย์ท่านนี้ก็ได้พิสูจน์มาแล้วว่าความมุ่งมั่นสามารถทำให้เราประสบความสำเร็จในชีวิตได้ สิ่งที่ผมชอบในบทสัมภาษณ์คือ คำว่าความสำเร็จ แต่ละคนมีนิยามที่แตกต่างกัน คำว่าประสบความสำเร็จไม่ได้หมายความว่าเราต้องทำงานได้ตำแหน่งใหญ่โต มีเงินเดือนมากๆ แต่หมายถึงการที่เรามีความสุขกับสิ่งที่เราทำและเป็นสิ่งที่เราต้องการจะทำ อย่างที่อ.กล่าวไว้ในบทสัมภาษณ์ตอนนี้
…what I’m saying is that if they really work hard I think they will succeed and realize their dream eventually. Success will happen.
That is the story. But success means having a full happy life. Success is defined by yourself.
You should consider yourself a big success if you feel happy and you are doing what you want to do.
That’s your success. Success may not mean holding a high official position; it may not mean big money.
But it does mean lots of work, of the kind you like to do to make yourself feel happy. That’s success.

ลองอ่านบทสัมภาษณ์เต็มๆได้จาก

http://www.acm.org/ubiquity/interviews/v9i11_pan.html